ตำรวจสอบสวนกลางร่วม อย. ทลายเครือข่ายผลิตยาแก้ไอปลอมรายใหญ่ มูลค่ากว่า 70 ล้านบาท

15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป, พ.ต.อ. ธรากร เลิศพรเจริญ, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง, พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์, พ.ต.อ.สมเกียรติ ตันติกนกพร รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ ภก. วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงผลงานจับกุมกวาดล้างเครือข่ายผู้ผลิตและขายยาแก้ไอปลอมรายใหญ่ เบื้องต้นมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องมากกว่า 80 รายการ มูลค่าความเสียหายประมาณ 70,000,000 บาท
สืบเนื่องจากบริษัท เดอะเบสท์ ๒๐๑๘ ฟาร์มาซูติคัล จำกัด ผู้จัดจำหน่ายยาแก้ไอยี่ห้อ Diphenyl (ไก่แดง) และ บริษัท แกรนด์ ฟาร์ม่า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายยาแก้ไอยี่ห้อ Datissin (ฝาแดง)
ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ให้ทำการสืบสวนกรณีมีผู้ผลิตยาแก้ไอปลอม ออกจำหน่ายตามร้านขายยาเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า มีแหล่งผลิต
ยาแก้ไอปลอมยี่ห้อ Diphenyl รายใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีจุดกระจายสินค้าอยู่ที่ จ.ภูเก็ต
จากการซักถาม นายเริงชัยฯ ให้การว่า ตนมีหน้าที่ควบคุมดูแลการผลิตยาแก้ไอปลอม โดยมีนายภพ (สงวนนามสกุล) และ น.ส.ชญาภา (สงวนนามสกุล) สองสามีภรรยาเป็นเจ้าของโรงงาน และมี ายสุนันท์ ลูกน้องคนสนิทของนายภพฯ เป็นผู้ดูแลด้านการเงินและการจัดจำหน่าย โดยนายเริงชัยฯ ยังให้การเพิ่มเติมอีกว่า ตนได้ร่วมกับ นายภพฯ, น.ส.ชญาภาฯ และนายสุนันท์ฯ ทำการผลิตและจำหน่ายยาไอปลอมตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 โดยเริ่มต้นได้ผลิตยาแก้ไอปลอมยี่ห้อ Datissin (ฝาแดง) ต่อมาเมื่อประมาณต้นปี พ.ศ.2565 ได้เปลี่ยนมาผลิตยาแก้ไอปลอมยี่ห้อ Diphenyl (ไก่แดง) แทน ส่วนยาแก้ไอปลอมยี่ห้อ K-cough และยี่ห้อ A-chlordyl นายภพฯ ได้ซื้อมาจากบุคคลอื่น (อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลต่อไป)
รวมตรวจค้น 11 จุด มีการตรวจยึดตรวจยึดของกลางเป็นยาแก้ไอปลอม 66,750 ขวด,
ยาแก้ไอยี่ห้ออื่น ๆ (ของจริง) จำนวน 18,600 ขวด, ผลิตภัณฑ์ยาอื่น ๆ, วัตถุดิบที่ใช้ผลิตยาแก้ไอปลอม เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงพยานหลักฐานอื่น ๆ ในคดี จำนวนมากกว่า 80 รายการ มูลค่า
ความเสียหายประมาณ 70 ล้านบาท และได้ทำการจับกุมตัว นายเริงชัยฯ ได้ที่โรงงานผลิตในพื้นที่ หมู่ 10 จ.นครศรีธรรมราช ส่วนนายภพฯ และ น.ส.ชญาภาฯ ได้เชิญตัวมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยเบื้องต้นการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ฐาน “ร่วมกันผลิตและขายยาปลอม ตามมาตรา 72(1) ระวางโทษ จำคุกตั้งแต่สามปีถึงตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงห้าหมื่นบาท” และ “ร่วมกันผลิตและขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 12 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท” โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
นาย สุนันท์ฯ ผู้ต้องหารายสุดท้าย ได้ติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาแล้วจากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า แหล่งที่มาของวัตถุดิบในการผลิตยาผลิตยาแก้ไอปลอมของนายภพฯ มีการสั่งซื้อน้ำเชื่อมกลูโคส (สารให้ความหวานแทนน้ำตาล), กลิ่นราสเบอรี่ เฟเวอร์ และมีการสั่งผลิตฉลากปลอมจากบริษัทต่าง ๆ ในพื้นที่ กทม. อีกทั้งยังพบว่า ได้มีการจำหน่ายยาแก้ไอปลอมดังกล่าวไปในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เช่น กทม., ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, นครปฐม, สมุทรสาคร, ภูเก็ต, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี และอุบลราชธานี โดยตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ถึงปัจจุบัน เครือข่ายการผลิตยาแก้ไอปลอมของนายภพฯ มีรายได้จากการจำหน่ายยาแก้ไอปลอมมากกว่า 80 ล้านบาท

ตามลิงค์ข่าวด้านล่าง (red arrow curving down)
https://www.amarintv.com/news/detail/154945
https://siamrath.co.th/n/397564
https://today.line.me/th/v2/article/JPzpqrx

ค้น 11 จุดทลายเครือข่ายผลิตยาแก้ไอปลอมยึดของกลางกว่า 70 ล้านบาท


https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1036541
https://www.naewna.com/local/690785